MYSELF
ตัวกู-ของกู
Negative Imagination #1
ตั้งแต่เริ่มถ่ายรูปมา ไม่เคยรู้สึกตัวแน่ชัดว่าถ่ายอะไรมานักหนา พอเอาภาพถ่ายเก่าๆมารวมๆดู เริ่มมองเห็นบางสิ่ง บางอย่างในภาพถ่ายของตัวเอง คำถามมากมายเข้ามาในหัวตอนที่เริ่มรู้สึกถึงอะไรเหล่านั้น ทำไมถึงได้ถ่ายภาพแบบนี้ ลักษณะนี้ หรือแนวนี้ออกมา ทุกภาพล้วนใช้ภาษาแสบสัน เสียดสี สิ่งที่อยู่รอบตัว ราวกับว่า มองเห็นแต่แง่ร้ายในความเป็นมนุษย์เพียงอย่างเดียว มองสิ่งสวยงามบ้างหรือเปล่าไม่รู้
เริ่มใช้กล้องLc-a ที่แปะยี่ห้อLOMOเมื่อ 13-11-2003 ระหว่างปีนั้นที่เริ่มรู้จักกล้องยี่ห้อนี้ เริ่มมีชีวิตอยู่ในไซเบอร์สเปชหลายๆที่ เริ่มรู้จักความเป็นคนในอีกด้านหนึ่ง การพูดคุยผ่านทางการอ่าน การใช้ความคิด ความรู้สึก และอารมณ์ต่างๆ เริ่มมองหาสิ่งที่ต้องการ จนเจอ แล้วมันก็เริ่มเข้ามาเขียนบทบาทให้เรา ข้อมูลต่างๆนานาถูกผมขุดคุ้ยราวหัวขโมยที่มีแต่ความละโมบ สิ่งของถูกรื้อค้น กระจายเกลื่อนพื้น ข้อความ ข้อมูลต่างๆนานาที่พาดพิงถึงกล้องตัวนี้ที่มีทั้งดีทั้งเลว ล้วนถูกผมอ่านจนหมด..
แล้วก็เจอกับกลุ่มคนที่ใช้กล้องแบบนี้อยู่ ก็เลยมีเรื่องให้ทำโน่นทำนี่ จัดงานแสดงภาพถ่ายประเภทนี้ไปบ้าง และพยายามทำให้เป็นกิจกรรมที่บอกเล่าเรื่องราวของมันและของตัวเองคู่กันไป
ใช้เวลาผ่านไป1ปี เกิดความคันส่วนตัว
ปี2005 ช่วงหน้าฝน งานแรกของผมและกลุ่มคนใช้กล้องLOMO
**Rule** LOMO Exhibition at Pranakorn Bar

ชื่อ TREE เอารูปตึก รูปที่ดูแห้งแล้ง รุปเสาไฟฟ้า สายไฟมาเรียงเป็นกลุ่ม ให้ดูเป็นต้นไม้ ไม่รู้มีใครดูออกมั๊ยว่าเป็นต้นไม้ และพยายามสื่อมันออกมาเรื่องสิ่งแวดล้อม* งานจัดกันก็เป็นกึ่งโชว์รูป แล้วก็พบปะกันในกลุ่มคนใช้กล้องแบบเดียวกัน แล้วก็ได้ข่าวว่าสนุกสนานกันใหญ่
ปี2006 หน้าฝนเหมือนปีก่อน
” Lofessional “ Lomographic Photo Exhibition at Pladib Restaurant



“งานแสดงภาพถ่ายของคนธรรมดาที่ไม่ใช่โปรฯ” ผมจับภาพสามภาพมารวมกัน แล้วใช้ชื่อว่า Transmute แปลงร่างชายคนบาปหนา ให้กลายเป็นสิ่งสักการะบูชาของชาวพุทธ งานนี้ชื่อเล่นว่า องค์คุลีมาล แต่ด้วยความ Negative Imagination ของคนถ่าย เลยทำให้ความคิดความอ่านที่ไม่ตรงกับคนอีก7-8คนที่ร่วมโชว์ด้วย งานนี้จึงแท้งไปซะก่อน ในขณะที่ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้พร้อมหมดแล้ว ค่อยๆเดินจากมาจากงานนั้น…
แล้วก็ถูกเชิญชวนให้ร่วมโชว์อีกงาน ในเดือนสิงหาคม ปี 2006 เป็นงานแรกที่ปะหัวชื่อกลุ่มว่า analogmemory 5 คนกับระยะเวลาการทำงาน3เดือน สิ่งต่างๆเกิดขึ้นมากมายที่ข้าวสาร
Flour::. Lomography Exhibition at Sripoom cafe Kao-San rd.

Flour is… Sunshine love diary on Kaosan rd.
ในภาคไทยก็คือ บันทึกรักของแสงแดดแก่ๆที่ถนนข้าวสาร มันคือฟราว ในความคิดของผมคนเดียว ส่วนกลุ่มเพื่อนอีก4คนก็แตกต่างกันไป ความสนุกสนาน อารมณ์ในการทำงานเต็มไปด้วยความสุขใจ แต่ละคนใบหน้าเหนื่อยอ่อน แต่ในแววตาเข้มแข็งมาก แปะคำโปรยในเวปบล๊อกที่โลโม่โฮม ว่าไว้
น่องไก่ ก้ามปู นกตาย และดนตรีแจ๊ส




การผสมผสานกันของเหล่าแบ็คแพ๊คเกอร์ทำให้ถนนสายนี้หลากหลายวัฒนธรรม แต่อยู่ในรูปแบบเพียง1เดียว คือการใช้ชีวิตแบบสุขนิยม ไม่สนใจคนอื่นว่าจะมองพวกเค้าเป็นเช่นไร การแต่งกาย ทรงผม การดื่มกินในแบบเรียบง่าย มึนเมากันตลอด24ชม. ถนนเส้นนี้เอาเข้าจริงมันเคยหลับไหลบ้างมั๊ย งานนี้จบโชว์ไปอย่างประทับใจ ทั้งคนจัด คนดู และเจ้าของร้าน
และปลายปีเดียวกัน ธันวาคม ปี2006 งานแบบไม่ได้ทันตั้งตัวก็ทำให้เกิดงานโชว์ของกลุ่ม analogmemory กันอีกครั้งนึง คราวนี้กลุ่มมีชาวอนาล็อกเพิ่มมาอีก2คน จัดกันที่ตึก ไสตล์ บาย โตโยต้า จากการติดต่อเข้ามาแบบงงๆ ว่ามีพื้นที่ให้ ระยะเวลาอาจจะสั้น แต่ละคนดูตื่นเต้นเต็มที่ ก็มันตั้งอยู่กลางสยามเชียว กลางพื้นที่ของคนรุ่นใหม่ที่มีชีวิตแบบสำเร็จรูปแบบตัวใครตัวมันซะขนาดนั้น งานนี้เราตั้งใจเชิญ อ.สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ประธานสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์ มาเป็นประธานเปิดงาน ซึ่งท่านก็มาโดยที่ไม่ได้รู้รายละเอียดอะไรเท่าไหร่ กับกลุ่มของเรา
Differ~Range Lomography Exhibition by analogmemory at The Style By Toyota







งานครั้งนี้ใช้ชื่องานว่า Differ~Range ด้วยที่ว่าความแตกต่างกันของแต่ละคนต่างก็(เล่น)อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน งานครั้งนี้จึงใช้ความง่ายและความเป็นสากลของLOMOมาจัด คัดมาคนละ2ภาพ และอีกจำนวนนึงสำหรับเปลี่ยนพื้นห้องให้กลายเป็นพรมภาพขนาดใหญ่ เปิดและปิดงานกันอย่างเงียบเหงา แต่เราก็ยังคงตื่นเต้นและภูมิใจที่ได้รับฟังข้อคิดดีๆจากประธานที่มาเปิดงาน
จบปี2006ไปอย่างสวยงาม…
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ผ่านข้ามปี2007ไปอย่างช้าๆ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
วันที่6 เมษายน ปี2008
เริ่มต้นปีด้วยงาน บาปรัก The Passionate Sin ที่ร้านกาแฟเล็กๆชื่อ Sweet Sin สยามสแควร์ ซอย9
กับคำโปรยเก่ไก๋
” analogmemory สารภาพทั้งบาปและรักอย่างไร้สีสันใน “บาปรัก”
นิทรรศการสะท้อนแนวคิดผ่านงานฟิล์มขาวดำ ถึงทัศนคติต่อบาปและรักโดย
7SAMURAI sosharp kokakoo kemumaki lomocam f_nosonjai
บางรักอาจเป็นบาปร้าย และบางบาปก็ยากจะปฏิเสธรัก “
โชยบาป กรุ่นรัก ณ ร้าน Sweet Sin สยามสแควร์ ซอย9 กรุงเทพฯ
7 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2551 11.00 – 21.00 น.
จิบกาแฟเปิดงาน 6 โมงเย็น วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2551
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Untitled
คราวนี้ถูกเชิญชวนจากเพื่อนๆ น้องๆในกลุ่ม ” analog memory ” ให้มาร่วมงานด้วย คอนเซปงานคร่าวๆจากชื่องาน บาปรัก ให้แต่ละคนตีความเอาเอง และของานที่เป็นภาพขาวดำเท่านั้น งานนี้ข้อจำกัดเยอะขึ้นมาเลยแก้ปัญหาของงานขาวดำที่ทำเองไม่ได้ มาทำกล้องรูเข็มและใช้ฟิล์มโพลารอยด์ที่เป็นขาวดำแทน เลือกถ่ายดอกกุหลาบ สมมุติให้เป็นตัวแทนของควมรัก และเลือกถ่ายแบบขาดๆเกินๆ บางภาพโอเวอร์ บางภาพอันเดอร์ คล้ายๆว่าไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ อยู่ที่เราเลือกที่จะรัก เลือกที่จะไม่รัก และทำร้ายความรักด้วยรูปแบบ และวิธีการต่างๆ ชื่องานไม่อยากจะระบุชัดเจนลงไปเสียทีเดียว ไม่อยากให้ชื่องานไปจำกัดกรอบความคิดของผู้ชมงาน เลยไม่มีชื่องาน ใส่ไปว่า untitled ทั้งหมด9รูป จัดวางอยู่ในกรอบเดียวกัน ใน โปรไฟล์บุ๊ค ใส่คอนเซปไปแค่3คำว่า
รัก
ไม่
รัก
ครั้งนี่เราเปิดงานกันแบบไม่มีพิธีอะไรเลย เชิญเพื่อนกันปากต่อปาก ทำการ์ดเชิญไปวางไว้ไม่กี่จุด เป็นงานเล็กๆ คล้ายงานเลี๊ยงกันในกลุ่มเพื่อนๆมากกว่า และพอสองทุ่มเศษก็ยกขบวนไปกินข้าวกันเฮฮา แขวนรูปกันไว้2เดือน หากมีเวลาลองไปชมดูคับ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++






กรกฎาคม 10, 2007 ที่ 11:34 am
งานสุดท้ายได้โผล่หน้าไปแว้บนึง ชอบพรมที่ซู้ดดดดดดด
กรกฎาคม 15, 2007 ที่ 6:36 pm
มาบอกว่าชอบงานจ้า
กรกฎาคม 16, 2007 ที่ 5:58 am
ขอบคุงค้าบบบบ
กรกฎาคม 16, 2007 ที่ 8:28 am
นึกว่าโครที่ใหน คนกันเอง อิอิ
กรกฎาคม 18, 2007 ที่ 5:05 am
ขนลุก นะเนี่ย..
ยินดีกะวัยรุ่นไทยด้วยจั๊ม..
กรกฎาคม 18, 2007 ที่ 5:06 am
หุหุ ขอบคุงฮับพี่
สิงหาคม 7, 2007 ที่ 7:59 pm
เด็กแนวนี่นา.. ออกแนวโหดนะเราหนะ เห็นได้จากผลงานอะนะ 555
อืมมม…ชอบพรมเหมือนกันจ๊ะ สีสันมันแซ่บบบบดี ถ้าได้เห็นของจริงคงอึ้งเหมือนกันนะ เพราะชิ้นใหญ่เชว.. ชอบ ชอบ .. ทำต่อไปนะคะน้อง
สิงหาคม 8, 2007 ที่ 5:47 am
hahaha ได้ฮะคุงพี่ แล้วแต่กำลังทรัพย์ฮะ หรือคุงพี่จะสปอนเซอร์ดี
สิงหาคม 9, 2007 ที่ 1:58 pm
เย้ย…ยยยย
สิงหาคม 9, 2007 ที่ 2:11 pm
กันยายน 18, 2007 ที่ 11:40 am
วัยรุ่นไทย ขยันมั่กมั่ก
พักนี้ เจ่ขี้เกียจ
กันยายน 18, 2007 ที่ 12:01 pm
me too jumppp
กันยายน 20, 2007 ที่ 1:04 pm
เป็นแรงใจให้
พฤศจิกายน 26, 2007 ที่ 2:28 am
เฮ….มีกระเป๋าของ freitag ด้วยนี่นา
อะ อยากได้…อยากได้
พฤศจิกายน 26, 2007 ที่ 5:06 am
เหอะๆๆ ไอ้เครอะของผมเองฮะ
พฤศจิกายน 27, 2007 ที่ 7:26 pm
ไปดูราคาในเวบfrietag รุ่นแบบใส่เอกสาร ขนาดกลาง ตัวละราวๆ 5000-6000 บาทเลยหรอเนี้ย
ถ้าซื้อที่ชอปจะถูกกว่าไหมคะ
พอดีพี่สาวจะไปสิงคโปร์
ถามเยอะเนอะ
พฤศจิกายน 28, 2007 ที่ 3:24 am
สิงค์โปร์มีชอบของมันเหรอคับ แต่ร้านเก๋ๆน่าจะมี ราคาประมาณนั้นละฮะ
แล้วแต่ค่าเงินบ้านเรา ไม่แน่ใจว่ามันรวมภาษีรึยังฮะตามร้าน
ตอนน้องคนนึงไปปารีสไปซื้อที่นั่นรุ่นเดียวกะเรารวมภาษีก็หมื่นนิดๆ
แล้วแต่รุ่นด้วยฮะ
เชียร์ๆๆๆๆ อิอิ
พฤศจิกายน 28, 2007 ที่ 5:52 am
พะ แพงจัง
กะลังเก็บตังค์ซื้อ sx-70 ด้วยอะ …
ลองเข้าไปดูในอีเบย์ ถูกกว่า แต่ส่วนใหญ่ขายกระเป๋า ไม่ชิบแบบเวิล์ดไวลด ส่งแต่ในอเมริกา
เออ….
ครายว่าเงินไม่สำคัญกันเนี้ย
ไม่งั้นจะเย็บเองซะเลย เฮอะ เฮอะ
พฤศจิกายน 28, 2007 ที่ 6:14 am
555 ผ้าใบรถบ้านเรามันคนละเนื้อกันฮะลองแระ 555
พฤศจิกายน 28, 2007 ที่ 6:15 am
http://www.rakuten.ne.jp/gold/messenger/brand/freitag.html#f75 อีกเวปนึงฮะของญี่ปุ่น